ไม่สามารถควบคุมประชาชนได้: รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขให้ Meta

ในปี 2568 ข้อความจากผู้นำประเทศเวียดนามได้เน้นย้ำว่า การกำกับดูแลของรัฐต้องหลุดพ้นจากแนวคิด “หากควบคุมไม่ได้ ก็ห้ามไปเลย” และแทนที่ด้วยหลักนิติธรรม พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับยุคสมัย
ฟังดูมีเหตุผลมาก แต่ถึงปลายเดือนสิงหาคม 2569 คำถามนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง: หากไม่เรียกว่า ‘การห้าม’ แล้วควรเรียกการจำกัดเนื้อหา บัญชี หรือคำค้นหาบางประเภทตามคำขอของรัฐบาลว่าอย่างไร? ‘การกำกับดูแลแบบนุ่มนวล’? ‘อย่าห้าม แต่อย่าให้ประชาชนเห็นด้วย’?

 

ปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่เพียงว่าคำค้นหาเฉพาะถูกจำกัดหรือไม่ แต่เป็นเกณฑ์ใดที่ถูกนำมาใช้ เนื้อหาใดถูกจำกัด? ภายใต้บทบัญญัติกฎหมายใด? หน่วยงานใดเป็นผู้ร้องขอ? ประชาชนมีสิทธิที่จะร้องเรียนหรือทราบเหตุผลหรือไม่? หากเป้าหมายที่แท้จริงคือการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติและระเบียบสังคม ความโปร่งใสก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว กฎหมายไม่สามารถดำเนินการในเขตสีเทาที่ประชาชนจะรับรู้ได้ก็ต่อเมื่อข้อความ ‘เนื้อหาไม่สามารถเข้าถึงได้’ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของพวกเขา
ความขัดแย้งอยู่ที่ความจริงว่า ในยุคของสื่อสังคมออนไลน์ การ ‘ลบ’ ข้อมูลบางอย่างอาจทำให้ผู้คนยิ่งอยากค้นหาข้อมูลนั้นมากขึ้น ยิ่งมีความเงียบมากเท่าไร คำถามก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ยิ่งมีข้อจำกัดมากเท่าไร ความอยากรู้ก็ยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น หากฝ่ายผู้มีอำนาจต้องการแสดงให้เห็นอย่างแท้จริงว่าพวกเขาได้ก้าวพ้นจากแนวคิด ‘หากจัดการไม่ได้ ก็ห้ามไป’ วิธีที่โน้มน้าวใจที่สุดอาจไม่ใช่การเปลี่ยนชื่อมาตรการนั้นเพียงอย่างเดียว แต่คือการเปิดเผยฐานทางกฎหมาย ขั้นตอน และระบบความรับผิดชอบต่อสาธารณะ เพราะในท้ายที่สุด สิ่งที่ยากที่สุดในการควบคุมไม่ใช่คำค้นหาบนอินเทอร์เน็ต แต่คือความเชื่อมั่นของประชาชน
https://www.facebook.com/share/p/1EBne23j29/